นอกจาก โปรแกรมพิมพ์บาร์โค้ด ทั่วไปที่เราใช้กันอยู่ในท้องตลาดนั้น
เครื่องมือตัวหนึ่งที่เราจะสามารถประยุกต์นำมาใช้ในการทำโปรแกรมพิมพ์บาร์โค๊ด ได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่น้อยเลยทีเดียวก็คือ
โปรแกรม excel ที่เราคุ้นเคยกันนั่นเอง
หากท่านเป็นคนหนึ่งที่ใช้โปรแกรมนี้ในระดับมากกว่าแค่ key ข้อมูล ท่านก็จะทราบดีว่า excel นั้นทำอะไรได้หลายอย่างมากกว่าที่เราคิดเยอะ
เพราะฉะนั้น จึงไม่แปลกเลย ที่เราจะสามารถนำมันมาประยุกต์ใช้ในการพิมพ์บาร์โค้ดได้
เพราะเจ้า excel นี้มีฟังก์ชั่นส่วนหนึ่งให้เราป้อนสูตรต่างๆเข้าไปได้
จะเป็นสูตรที่มีอยู่แล้วในตัวโปรแกรมเอง ที่เราสามารถเลือกได้ หรือว่าเราจะนำเอาสูตรที่มีอยู่ในโปรแกรมนั้นมาประยุกต์ใช้
รวมเข้าด้วยกันเพื่อทำสูตรเฉพาะของตัวเองก็ย่อมได้ และที่สำคัญใน excel นั้นมีฟังก์ชั่นหนึ่งที่เรียกว่า macro ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่เราจะสามารถทำซ้ำข้อมูล
หรือสูตรที่เราป้อนไปได้หลายๆรอบโดยอัตโนมัติ เท่านี้คงจะพอมองเห็นภาพรางๆเบื้องต้นแล้วว่า
เราจะสามารถนำ excel ประยุกต์ในการพิมพ์บาร์โค้ดได้อย่างไร
และที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ excel มีรูปแบบการแสดงผลที่ง่ายดาย
เราสามารถจำกัดกรอบ ทำขนาดของ output หรือตัวสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดที่เราจะปรินท์ออกมา
เพื่อแปะบนฉลากผลิตภัณฑ์ได้ง่ายดาย เราจะสามารถกำหนดสีรูปร่าง font ความใหญ่เล็ก หนาบาง ต่างๆได้เช่นกัน และสามารถปรับเปลี่ยนไปมาได้
เราสามารถ lock สกรีน หรือ worksheet เพื่อป้อน password เข้าไปก่อนที่จะเริ่มใช้งานได้
ทำให้เราสามารถป้องกัน ความผิดพลาดที่ไม่ตั้งใจ ได้ และเราก็ยังสามารถกด undo
ได้หากว่าเราได้ทำผิดพลาดไปแล้ว
จริงๆแล้วการแก้ไขได้นี้จะว่าเป็นข้อดี ก็ได้ หรือจะว่าเป็นข้อเสียก็ได้
สำหรับเหตุผลจะขอกล่าวถึงในโอกาสต่อไป แต่ ณ จุดนี้ เพียงแค่เราทำการ
บันทึกข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสินค้าของเราลงในตาราง excel แบบปกติ และทำการใส่สูตรเพื่อผูกข้อมูลของเรากับ output ที่จะออกมาใน บาร์โค้ด ก่อนที่จะเชื่อมต่อกับ เครื่องพิมพ์บาร์โค๊ด ออกมา
และขั้นตอนสุดท้ายก็คือการกำหนดรูปแบบของ ผลลัพธ์ให้เหมาะกับขนาดของตัวกระดาษ
หรือตัวฉลาก ตัวสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดที่เราจะพิมพ์ออกมา วิธีการก็ง่ายๆคล้ายกับเวลาเราตั้งค่าเพื่อจะพิมพ์ซองจดหมาย
เราก็สามารถกำหนดขนาดและรูปร่างตัวอักษรให้เหมาะกับขนาดของซองจดหมายได้เช่นกัน
เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เราสามารถใช้การพิมพ์บาร์โค้ด ด้วย โปรแกรม excel ได้แล้วอย่างง่ายดาย เป็นการประยุกต์ใช้งาน Microsoft office ที่เราใช้อยู่แล้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่ต้องไปหาซื้อโปรแกรมพิมพ์บาร์โค้ดราคาแพงมาใช้ หรือถ้าโปรแกรมราคาถูก
หรือไปดาว์นโหลดฟรีมาจากไหน ก็ไม่ต้องกลัวว่าผู้ผลิตจะเลิกทำ เลิก support ทำให้เราต้องเลิกใช้งานไปโดยปริยายไปด้วย
วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558
วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2558
สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดที่ใช้กับ เครื่องพิมพ์บาร์โค๊ด
สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดที่ใช้กับ เครื่องพิมพ์บาร์โค๊ด กันอยู่ทั่วไป
มีลักษณะ รูปทรงเป็นสีเหลียม ผืนผ้า
ขนาดนั้นก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่ความต้องการของผู้ใช้ ซึ่งจริงๆแล้ว
การที่มีการทำสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดนั้นก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว
เพราะสินค้าประเภทนี้ไม่ใช่สินค้าที่เป็นแฟชั่น
มีสไตล์หรือต้องการให้ดึงดูดความสนใจของลูกค้าแต่อย่างใด
สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดที่ดีจะต้องเรียบง่ายชัดเจน
และการที่ทำเป็นรูปแบบ ธรรมดาเรียบง่ายนั้น
ส่วนหนึ่งก็อาจจะไม่ต้องการให้ดึงดูดความสนใจออกไปจากแพกเกจจิ้งที่สวยงามก็เป็นไปได้
ขนาดของสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดที่เห็นอยู่ทั่วไปนั้น ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป
ทำให้เราสามารถที่จะนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง ไม่เกะกะสายตา
บดบังบรรจภัณฑ์และข้อความอื่นๆ ไปหมด
แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่เล็กจนเกินไปจนไม่สามารถมองเห็นได้
หรืออ่านออกด้วยตาเปล่า เพราะจริงอยู่ที่ส่วนใหญ่ หรือเกือบทั้งหมดแล้ว
สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดนั้นจะถูกใช้
หรือถูกอ่านโดยฝั่งของผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายเสียมากกว่า
หรืออาจจะถูกอ่านโดยเครื่องมากกว่า โดยคน แต่ก็มีผู้ซื้ออยู่บ้าง
ที่ใช้บาร์โค้ดในการจัดประเภทของสินค้า
เพราะความเป็นจริงก็คือสินค้าบางประเภทในท้องตลาดนั้นมีความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมากในแง่ของบรรจุภัณฑ์
แต่อาจจะมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ซึ่งต้องอ่านฉลาก
หรือแจ้งไว้ในจุดที่เราก็ไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหน
เพราะฉะนั้นการอ่านตัวเลขที่อยู่บนสติ๊กเกอร์บาร์โค้ด หรืออยู่บนตัวบาร์โค้ด
เป็นวิธีการที่ชัดเจนในการแบ่งสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ออกจากกัน
เพราะฉะนั้นขนาดของสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดที่เล็กเกินไปนั้นย่อมไม่ส่งผลดีแน่
เพราะคนจะอ่านไม่ออก
เล็กเกินไปทำให้ผู้ซื้อที่ต้องการจะอ่านเลขบนสติ๊กเกอร์บาร์โค้ด
ในบางกรณีนั้นไม่สามารถจะดำเนินการได้ ไม่สามารถที่จะอ่านออกได้
บางคนก็อาจจะพาลไม่ซื้อของเอาง่ายๆก็เป็นได้
ปัจจัยในการเลือกขนาดของสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดนั้น จึงเป็นอะไรที่ต้องคิด ต้องคำนึง
เพราะในหลายๆโรงงานหรือผู้ผลิตนั้น ต้องคิดเลยไปถึงว่า สินค้าของเขานั้น
ของบริษัทนั้น มีขนาดที่แตกต่างกัน ลักษณะของบรรจุภัณฑ์ก็แตกต่างกัน
ตำแหน่งที่เราจะเลือกติดสติ๊กเกอร์บาร์โค้ด ก็แตกต่างกัน
และนอกจากสินค้าที่มีอยู่ในปัจจุบันแล้ว
เราอาจจะต้องคิดเผื่อไปถึงสินค้าที่เราจะต้องผลิตขึ้นเพื่ออนาคตอีกด้วย
การเลือกขนาดของสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดที่ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป เป็นสิ่งสำคัญมาก
ที่เราจะต้องคำนึง เพราะการเลือกขนาดนั้น เราเปลี่ยนได้ไม่บ่อยนัก
ต้องอาศัยการตั้งค่า ข้อมูลในระบบใหม่ ถ้าเป็นไปได้
ผู้ผลิตคงไม่อยากที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ ตั้งค่าอะไรใหม่
ถ้าให้เลือกก็คงจะไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ เพราะยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่าย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
